9 ข้อควรจำเมื่อพ่อแม่ต้องคุยกับหมอหรือเภสัชฯ!! ตอนลูกเป็นไข้

ลูกป่วยบ่อย

เมื่อลูกป่วย เป็นไข้ 9 ข้อควรจำเมื่อพ่อแม่ต้องคุยกับหมอหรือเภสัชฯ!! 

ปฏิเสธได้ยากในยุคที่เศรษฐกิจอาจเป็นปัญหากับ หลายครอบครัว และยิ่ง ครอบครัวที่มีลูกน้อยวัยกำลังเจริญเติบโต ปัญหาหนักอกหนักใจของครอบครัวส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในยามที่เด็กเล็กมีอาการป่วยเป็นไข้ สำหรับในยุคสมัยนี้การไปหาหมอที่โรงพยาบาลอาจทำให้มีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากและเป็นรายจ่ายที่ค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับค่าของชีพในปัจจุบัน ดังนั้นผู้ปกครองคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่จะเลือกทางเลือกในการพาลูกลูกไปหาหมอตามคลินิกหรือซื้อยาจากร้านขายยาด้วยตัวเองดังนั้นการที่ผู้ปกครองเลือกที่จะใช้วิธีดังกล่าวนี้เบื้องต้นจึงควรมีความรู้ความเข้าใจในการที่จะปรึกษากับคุณหมอและเภสัชชกรรวมถึง การอธิบายซึ่งอาการของลูกน้อยของท่านเพื่อให้การปฎิบัติงานให้คำปรึกษาของทั้งหมอและเภสัชกร เป็นไปได้โดยสะดวกและมีการรักสาหรือจายาได้ตรงตามอาการของเด็กมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ทั้งนี้ก็เพื่อให้ลูกสุดที่รักของพวกเราได้หายจากอาการป่วยไข้ในเร็ววัน

ลูกไม่สบายบ่อย

เมื่อลูกป่วยเป็นไข้ไม่สบายหากจำเป็นต้องหาซื้อยาหรือ ปรึกษาแพทย์ประจำคลินิก ควรประเมินอาการป่วยเป็นไข้ของเด็กก่อนว่ามีความรุนแรงถึงขนาดไหนหากอาการของโรครุนแรงเกินกว่าจะหาซื้อยารับประทานเองควรนำไปพบแพทย์โดยเร่งด่วน

แต่ในกรณีที่อาการไม่รุนแรงมากนักและคุณพ่อคุณแม่ต้องการซื้อยาให้ลูกรับประทานเพื่อความปลอดภัยจึงต้องเรียนรู้เกี่ยวกับข้อมูลต่างๆและอาการของลูกเพื่อชี้แจงรายละเอียดให้แพทย์หรือเภสัชกรที่ต้องจ่ายยาได้เข้าใจตรงกัน

ดังนั้น สิ่งที่ควรปฎิบัติเมื่อต้องคุยกับเภสัชกรหรือคุณหมอประจำคลินิกตอนลูกไม่สบาย

  1. คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตและจดจำอาการและลักษณะอาการป่วยไข้ในลูกเพื่ออธิบายคุณหมอหรือเภสัชกรให้ได้อย่างละเอียด

  2. หากต้องการรับยามาทดแทนเองสิ่งที่กวนถามคือยาชนิดนี้คือยาอะไรและใช้สำหรับรักษาอาการของโรคแบบไหน

  3. กวนแจ้งอายุของเด็กเพื่อที่เภสัชกรจะได้จ่ายยาให้ตรงกับตามช่วงอายุของเด็ก

  4. สอบถามวิธีในการรับประทานยาเช่นกี่เม็ดก่อนหรือหลังอาหาร

  5. หากเป็นยาที่ใช้ภายนอกควรสอบถามวิธีการใช้และลักษณะของตัวยาโดยละเอียดเพื่อตรวจสอบว่าได้ปฏิบัติถูกต้องหรือไม่

  6. สอบถามอาการข้างเคียงหากเด็กมีอาการแพ้ยาและวิธีปฏิบัติหากเกิดอาการแพ้

  7. วิธีเก็บรักษายาและอายุของยาว่าสามารถใช้ได้นานหรือหมดอายุเมื่อไหร่

  8. คุณพ่อคุณแม่ควรสอบถามในเรื่องของความรุนแรงหรืออาการที่จะเกิดขึ้นเมื่อตอนรับประทานยาเช่นสามารถให้เด็กทานยาตอนท้องว่างได้หรือไม่ หรือหากมีการลืมรับประทานยาควรจะปฏิบัติอย่างไร

  9. ชนิดของยาที่จะซื้อใบนี้สามารถรับประทานแบบปกติกับน้ำหรือรับประทานร่วมกับเครื่องดื่มชนิดอื่นเช่นนมหรือน้ำผลไม้ได้หรือไม่เพื่อป้องกันการผสมยากับอาหารอย่างอื่นแล้วเกิดอาการผิดปกติในดิ

สำหรับในกรณีอื่นๆที่คุณพ่อคุณแม่ซื้อยามา ให้ลูกรับประทานจำเป็นจะต้องสังเกตคือสลากยาการบรรจุของผลิตภัณฑ์หากมีข้อสงสัยอื่นใดให้รีบถามเภสัชกรในขณะจ่ายยาทันทีหรือขอเบอร์ติดต่อสอบถามกับทางร้านไว้เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉินอื่นๆ

สำหรับการซื้อยาให้ลูกรับประทานนั้นสิ่งที่ควรปฏิบัติมากกว่าการปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องยาคือควรปรึกษากับทางเภสัชกรหรือคุณหมอที่ดูแลเด็กในเรื่องของหากบุตรหลานหรือลูกลูกของท่าน มีอาการรับประทานยายาก สอบถามว่ามียาทดแทนตัวอื่นหรือไม่ที่ทำให้เด็กได้รับยาได้ง่ายขึ้นอย่างเช่นยาน้ำ

ลูกป่วยบ่อย

ข้อควรจดจำอย่างยิ่งในกรณีที่ซื้อยาให้ลูกรับประทาน

  1. ยาแอสไพริน Aspirin ห้ามใช้ในเด็ก เพราะอาจส่งผลให้เลือดไหลไม่หยุ

  2. ยาคลอเฟนิรามีน Chlorpheniramin ห้ามใช้ในเด็กแรกเกิดจนถึงสองเดือนเพราะอาจทำให้มีอาการชัก

  3. ยาคลอแรมเฟนิคอล Chloramphenicol ห้ามใช้ในทารกแรกเกิดจนถึงสี่เดือนเพราะจะส่งผลให้เด็กหมดสติได้

  4. ยาโลเปอร์รามายด์ Loperamide ห้ามใช้ในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่าสองขวบ หาทำให้การหายใจผิดปกติ

  5. ยาซัลฟานามายด์ Sulfanamide ห้ามใช้ในทารกแรกเกิดจนถึงสองเดือนอาจทำให้สมองพิการได้

  6. ยาเตตร้าซัยคลิน Tetracyclin ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่าแปดขวบเพราะอาจทำให้เกิดโรคกระดูกผุ

  7. ยาเดกซ์ทรูเมทรอแฟน Dextromethorphan ห้ามใช้ในเด็กแรกเกิดจนถึงสองขวบเพราะอาจเกิดอาการผิดปกติในระบบหายใจ

เมื่อลูกมีอาการป่วยเป็นไข้การเลือกซื้อยามาให้ลูกรับประทานเองเป็นเรื่องที่สำคัญและควรเอาใจใส่อย่างยิ่งมากกว่าการซื้อยารับประทานเองของผู้ใหญ่ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองที่ต้องการจะซื้อยาให้ลูกรับประทานจึงควรเอาใจใส่เป็นอย่างยิ่งเพราะวัยและสภาพร่างกายของเด็ก แตกต่างจากผู้ใหญ่ในหลายหลายปัจจัยดังนั้นไม่เพียงแต่ขนาดของยาชนิดของยาผู้ปกครองควรเอาใจใส่ในขณะที่เด็กต้องได้รับยาชนิดนั้นนั้นด้วยเพราะเด็กส่วนใหญ่มักไม่ชอบรับประทานยาหรือรับประทานยายาก ควรใช้หลักจิตวิทยาในเด็กให้เด็กสบายใจและลดความกังวลที่ต้องรับประทานยาของเด็กให้น้อยที่สุดเพื่อปลูกฝังนิสัยให้เด็กรับประทานยาง่ายขึ้น

เมื่อลูกป่วยเมื่อลูกเป็นไข้ตัวร้อน

Share

You Might Also Like

3 Comments

  1. สจ.ณภาพรรณ says:

    เวลาลูกสาวไปซื้อยาให้หลาน ต้องคอยกำชับเรื่อยว่าให้ถามหมอให้ละเอียด ไม่งั้นถามอะไรไม่รู้เรื่อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *