9 เรื่องกลุ้ม!! เมื่อ “ลูกป่วย,เป็นไข้” พร้อมทางแก้ที่คุณแม่ต้องแชร์เก็บไว้

ลูกตัวร้อน

เป็นเหมือนกันหมด กับ 9 เรื่องกลุ้ม!! เมื่อลูกป่วย เป็นไข้ พร้อมวิธีแก้ ที่คุณแม่ต้องแชร์เก็บไว้!!

1. เรื่องกลุ้มเกี่ยวกับ “อาการไข้ ไม่สบาย” ในเด็ก

ก่อนอื่นสำหรับเรื่องอาการไข้ในเด็กหรือเมื่อลูกมีไข้สิ่งแรกที่ผู้ปกครองและคุณพ่อคุณแม่จะต้องทำคือตั้งสติให้ดีอย่ารีบร้อนทำอะไรบุ่มบ่าม สำหรับในช่วงที่อากาศค่อนข้างเปลี่ยนแปลงบ่อยเด็กแรกเกิดจนถึง2ปีอาจมีอาการป่วยเป็นไข้ได้ง่าย เบื้องต้นหากพบว่าเด็กมีอาการบ่งบอกถึงการเป็นไข้คือตัวร้อนหากจะให้ดีถ้ามีปรอทวัดไข้ หรืออุปกรณ์ที่ตรวจอุณหภูมิร่างกายให้คุณพ่อคุณแม่ตรวจสอบอุณหภูมิร่างกายของลูกหากมีความร้อนของอุณหภูมิร่างกายสูงมากกว่า 37.5 องศาเซลเซียสนั่นคือมีอาการไข้ และถ้าหากอุณหภูมิสูงเกินกว่า 38.5 องศาเซลเซียสถือว่ามีไข้สูงและอาจเป็น อันตรายต่อตัวเด็กได้ ในกรณีที่ผู้ปกครองไม่มีเครื่องตรวจสอบอุณหภูมิเบื้องต้นสามารถทดสอบได้โดยการใช้สัมผัสของตัวคุณพ่อคุณแม่เองด้วยการนำหลังของฝ่ามือแตะหรือสัมผัสไปตามจุดต่างๆ ของร่างกายเด็กเช่นหน้าผากใต้รักแร้ หน้าอก หากมีความรู้สึกร้อนให้ทำการประเมินไว้เบื้องต้นว่าลูกมีไข้แน่นอน

หลังจากนั้นก่อนจะพาลูกหรือทารกแรกเกิดไปพบแพทย์ให้ทำการลดอุณหภูมิร่างกายของเด็ก เสียก่อนเพราะอาการไข้ในเด็กที่ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติอาจส่งผลต่ออาการชัก การลดอุณหภูมิในเด็กสามารถทำได้ด้วยการนำผ้าเช็ดหน้าพื้นขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่นักประมาสองผืนจากนั้นนำผ้าชุบน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิปกติ บิดผ้าให้หมาดๆแล้วนำไปเช็ดให้ทั่วตัวเด็ก ส่วนผ้าอีกพื้นหนึ่งให้ทำเช่นเดียวกันคือชุบน้ำและบิดให้หมาดมาและวางประคบไปตามจุดที่มีอุณหภูมิสูงของร่างกายเช่นรักแร้หน้าอกขาหนีบหน้าผากจากนั้นหากมียาลดไข้เด็กสามารถให้เด็กรับประทานก่อนได้เลยโดยยาลดไข้จะออกฤทธิ์ภายในประมาณไม่เกิน 25 ถึง 30 นาที อีกวิธีหนึ่งในการลดอุณหภูมิร่างกายทำได้โดยการใช้แผ่นเจลลดไข้หรือแผ่นเจลเย็นมาประคบไว้ที่จุดที่อุณหภูมิสูงของร่างกายเพื่อเป็นการลดไข้เบื้องต้น

สาเหตุของอาการไข้ในเด็กแรกเกิดและเด็กเล็กโดยมากนั้นจะมีสาเหตุมาจากเชื้อโรคหรืออาการติดเชื้อโดยปรกติแล้วจะสามารถหายไปเองได้ในกรณีที่เชื้อโรคไม่รุนแรง แต่นั่นก็ยังไม่สามารถไว้วางใจได้เพราะเชื้อโรคหรือเชื้อไข้แต่ละตัวจะมีความร้ายแรงต่างกันดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการควบคู่ไปกับการตรวจสอบอุณหภูมิร่างกายของเด็กโดยใกล้ชิด

ไข้ในเด็ก

อาการไข้ในเด็ก สามารถป้องกันได้

โดยปรกติแล้วเด็กที่เป็นไข้จากเกิดจากการติดเชื้อโรคดังที่ได้กล่าวข้างต้นดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดในการลดปัจจัยและสาเหตุให้เกิดใครในเด็กคือการไม่พาเด็กไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เสี่ยงกับการติดโรค หรือหากไปในที่ที่มีความเสี่ยงเช่นห้างสรรพสินค้าโรงพยาบาลสถานเลี้ยงเด็กผู้ปกครองควรดูแลความสะอาดและสังเกตอาการของเด็กอย่างใกล้ชิดควรดูแลสุขลักษณะและอนามัยให้เด็กอย่างถูกต้องเช่น ล้างมือให้สะอาดใช้หน้ากากอนามัยในที่ที่มีความเสี่ยง ดูแลร่างกายให้อบอุ่นเหมาะสมอยู่เสมอ

เมื่อป้องกันปัจจัยภายนอกที่อาจเป็นสาเหตุของไข้ในบุตรหลานของท่าน ปัจจัยภายในตัวเด็กก็ต้องดูแลควบคู่กันไปด้วยคือให้เด็กรับประทานอาหารหลักให้ครบตามที่ร่างกายต้องการ ควบคุมการขับถ่ายการนอนหลับพักผ่อนให้เหมาะสม

คุณพ่อคุณแม่ที่มีความกังวลกับอาการเป็นไข้ของลูก ควรศึกษาและทำความเข้าใจในการรับมือ

อาการเป็นไข้ของลูกเพื่อที่จะได้ไม่ตื่นตระหนกและดูแลเด็กหรือลูกรักของคุณได้อย่างถูกต้อง

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่กลุ้ม: ไข้ สูง ใน เด็ก, ทารก ไข้ 38 องศา, ลูก เป็น ไข้ 39 องศา, ลูก มี ไข้ สูง, เมื่อ ลูก มี ไข้, เด็ก แรก เกิด ไม่ สบาย, ไข้ ใน เด็ก, ไข้ ใน เด็ก เล็ก, ลูก มี ไข้ หายใจ เร็ว, ลูก เป็น ไข้ ตอน กลางคืน, เมื่อ ลูก ไม่ สบาย, ลูก ปวด ท้อง มี ไข้

2. เรื่องกลุ้มเกี่ยวกับ “วิธี ลดไข้ แก้ไข้” ในเด็ก

วิธีในการลดไข้หรือแก้ไขในเด็กมีหลากหลายวิธี

1.การให้ยาลดไข้

2.การให้เด็กดื่มน้ำสะอาดมากๆ

3.การใช้น้ำอุ่นผสมน้ำมะนาวเพื่อเช็ดตัว

4.ปรับอุณหภูมิห้องและอุณหภูมิร่างกายให้เหมาะสม

5.ดูแลเสื้อผ้าของเด็กให้โปร่งสบาย

6.พาเด็กไปพบแพทย์

 

สำหรับยาลดไข้หรือยาแก้ไข้ในเด็กจะต้องเลือกให้ถูกช่วงวัยด้วย

โดยปรกติคุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกยาแก้ไข้หรือลดไข้ให้ลูกรักของคุณได้เองโดยดูจาก

1. ขนาดของยา

โดยปกติสำหรับเรื่องของขนาดยาลดไข้นั้นจะดูตามช่วงวัยของเด็กรวมถึงขนาดและน้ำหนักตัวของเด็กโดยปกติแล้วสามารถปรึกษาเภสัชกรหรือคุณหมอได้โดยตรงและขนาดของยาควรดูให้พอดีกับวัยและ น้ำหนักตัวของเด็กโดยตรงเพื่อไม่ให้ขาดหรือมีการเหลืออย่าทิ้งเก็บไว้จะสามารถช่วยประหยัดให้กับผู้ปกครองได้ด้วย

2. ขนาดของความเข้มข้นของยา

ในการเลือกความเข้มข้นของยาจะต้องดูจากฉลากยาหรือปรึกษาเภสัชกรโดยปรกติความเข้มข้นของยาจะส่งผลต่อรสชาติของยาที่ให้ เด็กรับประทานซึ่งหากมีความเข้มข้นมากอาจจะทำให้มีรสชาติที่เด็กไม่ชอบหรือตัวยามีความคมดังนั้นก็ควรดูความเหมาะสมต่อตัวเด็กและปริมาณของยาที่ส่งผลต่ออาการไข้ในเด็กด้วย

3. ส่วนประกอบของยา

สำหรับเรื่องส่วนผสมของยาโดยมากที่สลากยาข้างขวดหรือข้างซองที่ได้บรรยายจะเป็นภาษาทางการแพทย์แต่โดยส่วนใหญ่ยาแก้ไข้ในเด็กจะมีส่วนผสมหรือส่วนประกอบไม่มากนักคือหนึ่งยาพาราเซตามอล สองน้ำเชื่อมส่วนผสมอื่นๆที่ต้องห้ามและไม่ควรมีหยังยิ่ง ในยาแก้ไข้เด็กคือแอลกอฮอลหรือแอสไพรินเพราะจะทำให้เด็กเกิดความเสี่ยงและ ได้รับอันตรายจากการเกิดภาวะเลือดออกในอวัยวะหรือเนื้อเยื่อภายในได้

 

วิธีรับประทานยาลดไข้ในเด็ก

ให้ผู้ปกครองหรือคุณพ่อคุณแม่สังเกตอาการเมื่อเด็กเริ่มมีไข้ให้เริ่มรับประทานได้เลยและรับประทานห่างกันสี่ถึง 6 ชั่วโมงโดยดูจากอาการไข้ของเด็กเป็นหลัก โดยทั่วไปแล้วยาลดไข้ในเด็กจะมีวิธีใช้ระบุลงบนฉลากโดยละเอียด หากมีความไม่แน่ใจไม่ควรใช้เองให้ปรึกษาเภสัชกร หรือแพทย์เฉพาะทางในเด็ก

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่กลุ้ม: วิธี ลด ไข้ เด็ก, ยา ลด ไข้ เด็ก, ยา แก้ ไข้ เด็ก, วัคซีน ทารก 1 เดือน, ยา ลด น้ำมูก สำหรับ ทารก

ทารกมีไข้สุง

3. เรื่องกลุ้มเกี่ยวกับ “อาการตัวร้อน” ในเด็ก

สำหรับอาการตัวร้อนในเด็ก คุณพ่อคุณแม่ต้องเรียนรู้เรื่องของอุณหภูมิร่างกายในเด็กให้ละเอียดเสียก่อน

โดยปกติอุณหภูมิร่างกายจะอยู่ที่ประมาณ 36 ถึง 37.5 องศาเซลเซียส

สำหรับเด็กที่มีไข้ต่ำอุณหภูมิร่างกายจะอยู่ที่ 37.5 ถึง 38.4 องศาเซลเซียส แต่ถ้าเป็นกรณีของเด็กแรกเกิดถึงหกเดือนเมื่อมีอุณหภูมิสูงถึงขนาดนี้ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

อาการไข้สูงอุณหภูมิร่างกายของเด็กจะอยู่ที่ประมาณ 38.5 องศาเซลเซียสขึ้นไปควรพาไปพบแพทย์

สำหรับอุณหภูมิตั้งแต่ 38.5 ขึ้นไปในเด็กเล็กอาจจะทำให้เกิดอาการชักได้ แต่ไม่ต้องวิตกเนื่องจากโอกาสเกิดน้อยมาก ดังนั้นไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานควรพาไปพบแพทย์โดยทันที เชื่อไวรัสหรือเชื้อโรคบางตัวส่งผลกับอาการไข้และนั่นเองจะทำให้เกิดอาการอุณหภูมิสูงของร่างกาย

 

สำหรับอาการตัวร้อนและมีไข้ผู้ปกครองควรสังเกตอย่างใกล้ชิดเนื่องจากในบางกรณีเด็กไม่มีอาการงอแงหรือหงุดหงิดเลยแต่คกลับอาจมีอุณหภูมิร่างกายสูงถึง 40 องศาแต่สำหรับเด็กบางคน ที่มีอาการตัวร้อน 37.5 ถึง 38 องศาเซลเซียสก็อาจจะร้องไห้งอแงมากกว่า

และสำหรับการใช้เครื่องวัดอุณหภูมิเมื่อลูกมีอาการตัวร้อนควรตรวจสอบเครื่องวัดอุณหภูมิด้วยว่ามีการใช้งานได้ตามปกติหรือไม่โดยอาจทดสอบกับอุณหภูมิร่างกายของคุณพ่อคุณแม่ก่อนเพราะในบางกรณีอุณหภูมิสูงที่วัดได้จากเครื่องวัดอุณหภูมิอาจผิดปกติ

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่กลุ้ม: เมื่อ ลูก ตัว ร้อน, ลูก ตัว ร้อน, เด็ก ทารก ตัว ร้อน, ลูก ตัว ร้อน บ่อย, เด็ก ตัว ร้อน, ลูก ตัว ร้อน ตอน กลางคืน, ลูก ตัว ร้อน ไม่ หาย, ลูก ตัว ร้อน มือ เท้า เย็น

4. เรื่องกลุ้มเกี่ยวกับ “ไข้หวัด” ในเด็ก

ปัจจุบันทางการแพทย์พบเชื้อไวรัสที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจมากกว่า 100 ชนิดไวรัสเหล่านี้เป็นสาเหตุให้เกิดโรคหวัดในเด็กได้เชื้อไวรัสเหล่านี้ติดต่อกันง่ายมากเนื่องจากมันจะกระจายอยู่ในอากาศเมื่อผู้ติดเชื้อหรือมีเชื้อใน ทางเดินหายใจกระแอมไอจามหรือสั่งน้ำมูกเชื้อเหล่านี้จะถูกติดออกมาด้วย จากนั้นหากผู้ที่มีภูมิต้านทานไม่แข็งแรงหรือเด็กตั้งแต่แรกเกิดที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดสัมผัสถูกเชื้อไวรัสเหล่านี้ก็อาจส่งผลให้ติดเชื้อโรคและเป็นไข้หวัดได้และมันจะกระจายต่อไปเป็น ทอดทอดซึ่งจะสังเกตเห็นว่าหากพ่อแม่ผู้ปกครองที่ใกล้ชิดกับลูกในช่วงที่ลูกมีอาการหวัดก็อาจทำให้ผู้ปกครองได้รับเชื้อไวรัสหวัดและเป็นไข้หวัดได้ในที่สุด

อาการป่วยเป็นไข้หวัดในเด็กจากการศึกษาพบว่าเด็กสามารถเป็นไข้หวัดได้ถึงปีละ 10 ถึง 12 ครั้งในกรณีไข้หวัดเป็นไข้หวัดแบบธรรมดา

จากที่ได้กล่าวข้างต้นไข้หวัดเกิดจากเชื้อไวรัสที่มีหลายชนิดดังนั้นจึงยังไม่มีวัคซีนจำเพาะสำหรับไวรัสแต่ละชนิดได้ครบการป้องกันเบื้องต้นสำหรับใครหวัดในเด็กนั้นคือการสร้างภูมิต้านทานโรค ของร่างกายให้แข็งแรงหรืออาจฉีดวัคซีนบ้างเพื่อป้องกันโอกาสการเป็นไข้หวัดหรือลดความรุนแรงของไข้หวัดลงได้

อาการของไข้หวัดแบบธรรมดาจะมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อไอจามมีน้ำมูกไหลคัดจมูกเจ็บคอมีไข้สูงมีเสมหะโดยปรกติอาการของโรคไข้หวัดแบบธรรมดานี้ จะเป็นอยู่ราวสี่ถึงห้าวัน

อย่างไรก็ดีในเด็กเล็กหากมีอาการไข้หวัดให้ผู้ปกครองคุณพ่อคุณแม่ดูอาการยังใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีอาการแทรกซ้อนหรือพบว่าเป็นโรคอื่นๆได้ในภายหลังเช่นไข้เลือดออกไข้หวัดใหญ่ปอดบวมหรือโรคที่อาการเหมือนไข้หวัด

 

รู้ไว้ลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหวัดในเด็ก

ความเสี่ยงของเด็กเล็กในการติดไข้หวัดนั้นอาจเกิดจากหลายก็รณีแต่สามารถลดความเสี่ยงไว้ก่อนได้คือ

ดูแลร่างกายของเด็กเล็กหรือเด็กออนให้อยู่ในอุณหภูมิปกติหรืออบอุ่นอย่างพอเหมาะ

หลีกเลี่ยงการอยู่ในชุมชนหรือบริเวณที่มีโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อโรคหวัด

ดูแลรักษาความสะอาดร่างกายมือเท้าให้ถูกสุขลักษณะอยู่เสมอ

สามารถฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดได้

ให้เด็กได้รับประทานอาหารครบห้า หมู่และได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอรวมถึงให้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่บริสุทธิ์มีอากาศดี

 

วิธีสังเกตอาการของไข้หวัดในเด็กทารกและเด็กเล็ก

สำหรับเด็กอ่อนควรดูแลอย่างใกล้ชิดเมื่อลูกมีอาการเป็นไข้และมีอุณหภูมิร่างกายสูงซึ่งปกติจะเป็นอาการเริ่มต้นของไข้หวัดต่อมาก็จะเริ่มมีอาการไอจามและมีน้ำมูกไหล เด็กอาจมีอาการร้องงอแงอยู่เป็นระยะเพราะน้ำมูกที่เกิดขึ้นทำให้เด็กหายใจไม่สะดวก ในเด็กเล็กบางรายหากมีอาการไข้สูงอาจมีอาการอาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย

แต่หากเป็นไข้หวัดแบบธรรมดาและมีอาการไข้ไม่สูงนักปรกติไข้หวัดและอาการเหล่านี้จะเป็นอยู่เพียงสามถึงห้าวันหากมีอาการนานกว่านั้นให้รีบพาไปพบแพทย์ เพราะอาจเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน

 

เคล็ดลับในการดูแลลูกน้อยตอนเป็นหวัด

สำหรับเด็กเล็กที่อาจไม่ชอบทานยาหรือมีอาการงอแงเมื่อต้องทานยาลดไข้

หัวหอมสามารถบรรเทาอาการหวัดสำหรับเด็กเล็กได้

เนื่องจากหัวหอมจะมีน้ำมันเอาลิลิกไดซัลเฟอร์ ซึ่งน้ำมันหอมละเหยลักษณะนี้จะมีสรรพคุณในการช่วยต้านทานสารแปลกปลอมต้านเชื้อไวรัสขับเสมหะต้านเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี แต่ไม่ควรให้เด็กสูดดมโดยตรงหรือสูดดมหัวหอมในปริมาณมากๆ

ให้ใช้วิธีการนำหัวหอมปอกเปลือกต้มในน้ำเดือดให้น้ำมันของหัวหอมละลายอยู่ในน้ำจะสะดวกกว่าการให้เด็กสัมผัสหรือสูดดมโดยตรง

และสิ่งที่สำคัญในการป้องกันการติดเชื้อหวัดได้ก็คือเด็กเด็กควรได้รับวิตามินซีเพียงพอดื่มน้ำอุ่นมากเพียงพออาการหวัดจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่กลุ้ม: ลูก เป็น หวัด ทํา ไง ดี, ทารก เป็น หวัด ทำ ไง ดี, เด็ก แรก เกิด เป็น หวัด, เด็ก เล็ก เป็น หวัด, ทารก 2 เดือน เป็น หวัด, อาการ หวัด ใน เด็ก, ลูก เป็น หวัด, ลูก อายุ 4 เดือน เป็น หวัด, ไข้หวัดใหญ่ ใน เด็ก, วิธี แก้ หวัด ทารกลูก มี น้ำมูก แต่ ไม่มี ไข้, เด็ก มี น้ำมูก, ปอดบวม ใน เด็ก, อาการ ปอดบวม ใน เด็ก, เด็ก แรก เกิด หายใจ แรง

เด็กเล็กเป็นไข้ตัวร้อน

5. เรื่องกลุ้มเกี่ยวกับ “อาการไอ มี เสมหะ” ในเด็ก

อาการที่เด็กมีเสลดหรือเสมหะในลำคอ จริงๆแล้วเสมหะเกิดขึ้นเพื่อดักจับสิ่งแปลกปลอมภายในทางเดินหายใจและถูกขับออกมาด้วยการไอในเวลาที่เกิดความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจคือมีการติดเชื้อไวรัสหรือเป็นไข้หวัดนั่นเอง

เสมหะหรือเสลดในเด็กคือน้ำเมื่อคนคนที่ติดค้างอยู่ภายในลำคอและพร้อมที่จะไอออกมาพร้อมกับน้ำลายเมื่อเด็กมีอาการหายใจติดขัดมีเสียงครืดคราดในหกในลำคอให้สังเกตว่าอาจมีเสมหะค้างอยู่ โดยจะมีอาการในลักษณะนี้ มีน้ำมูก มีอาการไอบ่อยบ่อย หายใจครืดคราดไม่สะดวก ดูดนมแม่น้อยลงและดูดแบบไม่สะดวก มีสี่คล้ำหรือซีดบริเวณรอบปาก

อาการมีเสมหะในเด็กจะติดขัดในระบบทางเดินหายใจน่าสงสารมากดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองสามารถแก้ไขและบรรเทาอาการในเบื้องต้นได้ด้วยวิธีการดูเสมหะให้ลูก

การดูดเสมหะให้ลูกสามารถใช้ลูกยางในการดูเสมหะในเด็กได้แต่ควรปฏิบัติอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการใช้อุปกรณ์ในการดูดเสมหะเหล่านี้

ดูแลลูกยางสำหรับดูดเสมหะให้สะอาดด้วยการทำความสะอาดในน้ำเกลือและทำให้แห้ง

จัดเตรียมท่าทางให้ลูกอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมพร้อมในการถูกดูดเสมหะป้องกันเด็กดินหรือใช้มือปัด

1. ให้เด็กนอนหงายหันหน้าไปทางใดทางหนึ่งเพื่อป้องกันการสำลัก

2. ยอดน้ำเกลือเพื่อล้างจมูกก่อนหนึ่งครั้งและเป็นการละลายเสมหะ

3. จากนั้นบีบลูกยางให้แฟบแล้วสอดเข้าไปทางจมูกไม่ต้องลึก

4. คล้ายลูกยางออกช้าๆเพื่อดูดเสมหะ

5. ดึงลูกยางออกและบีบน้ำมูกทิ้งในกระดาษทิชชูหรือถังขยะ

6. ทำซ้ำอีกครั้งในโพรงจมูกอีกด้านหนึ่ง

การดูดเสมหะในลักษณะนี้ควรทำหลังจากที่เด็กได้รับประทานอาหารหรือให้นมไปแล้วประมาณ 2 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำเพื่อป้องกันอาการอาเจียน

หลังจากนั้นให้หมั่นสังเกตอาการของลูกน้อยอยู่เป็นระยะหากพบว่ามีอาการผิดปกติควรรีบพาไปพบแพทย์

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่กลุ้ม: เด็ก มี เสมหะ, เสมหะ ใน ทารก, เสมหะ ใน เด็ก, ทารก ไอ, ลูก 1 เดือน ไอ
เสมหะ ทารก 1 เดือน
เด็ก ไอ เรื้อรัง
แก้ อาการ ไอ ของ ทารก
ลูก มี เสมหะ อยู่ ใน คอ ต้อง

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่กลุ้ม: เด็ก มี เสมหะ, เสมหะ ใน ทารก, เสมหะ ใน เด็ก, ทารก ไอ, ลูก 1 เดือน ไอ, เสมหะ ทารก 1 เดือน, เด็ก ไอ เรื้อรัง, แก้ อาการ ไอ ของ ทารก, ลูก มี เสมหะ อยู่ ใน คอ ต้อง

เมนูอาหารลูก

6. เรื่องกลุ้มเกี่ยวกับ “ปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน” ในเด็ก

เมื่อเด็กมีอาการท้องเสียปวดท้อง อาการท้องเสียนั้นเกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งเด็กเด็กจะหายได้เองจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายกำจัดเชื้อไวรัสเรานั้นออกไปจากร่างกายทางการขับถ่ายซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณสามถึงห้าวัน

ท้องเสียคือภาวะที่ร่างกายมีอุจจาระถ่ายออกมาแบบผิดปกติไปจากกิจวัตรประจำวันทั่วไป ซึ่งจากที่ได้กล่าวไปแล้วมันเป็นการกำจัดของเสียหรือเชื้อไวรัสออกจากร่างกายนั่นเอง เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียปวดท้องหรือแม้กระทั่งมีอาการท้องอืดในเด็กอาจเกิดจากการกินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะลุงไม่สำเร็จหรือไม่สะอาดและมีการปะปนของเชื้อโรคผสมอยู่ เพื่อให้เชื้อโรคเรานั้นออกจากร่างกายได้อย่างรวดเร็วสภาพของร่างกายจะบังคับให้เกิดอาการปวดท้องและมีการขับถ่ายออกมาบ่อยขึ้นรวมถึงอุจจาระจะมีลักษณะเหลวเป็นมูกนี่คืออาการท้องเสียซึ่งเป็นกระบวนการปกติ

อาการท้องเสีย ผู้ใหญ่สมัยก่อนบางรายจะพูดว่าเป็นอาการของเด็กที่กำลังโตและมีการ “ยืดตัว” ทำให้เกิดการถ่ายเหลวถ่ายเป็นน้ำซึ่งเป็นอาการปกติ

เมื่อลูกมีอาการท้องเสียปวดท้องหรือท้องอืดคุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดแต่ไม่ต้องวิตกกังวลเพราะโดยส่วนใหญ่อาการท้องเสียหรือถ่ายอุจจาระผิดปกตินั้นจะเป็นอาการที่พบมากและไม่รุนแรงในเด็กทั่วไปตั้งแต่วัยแรกเกิดถึงหนึ่งปี ในเด็กบางรายขณะมีอาการท้องเสียหรือปวดท้องก็ยังสามารถเล่นซนได้ปกติดังนั้นหากผู้ คลองดูแลอย่างใกล้ชิดและไม่มีอาการรุนแรงภาวะท้องเสียหรือการขับถ่ายเหลวและอาการปวดท้องนั้นก็จะหายได้เอง

 

วิธีการดูแลเด็กในช่วงที่มีอาการท้องเสียปวดท้องหรือท้องอืด

ดูแลให้บุตรหลานของท่านได้รับปริมาณน้ำที่เหมาะสมหากมีอาการถ่ายเหลวมากสามารถใช้น้ำและเกลือแร่ให้เด็กรับประทานได้

การรับประทานอาหารของเด็กในช่วงที่มีอาการปวดท้องหรือท้องเสียไม่จำเป็นต้องอดอาหารแต่ให้เลือกรับประทานอาหารที่มีลักษณะย่อยง่ายและดื่มน้ำให้เพียงพอ

และห้ามใช้ยาลดอาการท้องเสียในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี รวมถึงไม่แนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะทุกชนิด

หากอาการท้องเสียปวดท้องหรือท้องอืดมีอาการอยู่นานมากกว่าห้าถึงหกวันควรรีบพาไปพบแพทย์

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่กลุ้ม: ทารก 7 เดือน ท้องเสีย, ลูก ถ่าย เหลว, เด็ก ทารก ปวด ท้อง, อาการ ท้องอืด ของ ทารก, ทารก แหวะ เป็น น้ำ ใส ๆ, อาเจียน ใน เด็ก

7. เรื่องกลุ้มเกี่ยวกับ “ไม่กิน ไม่นอน ร้องไห้ งอแง” ในเด็ก

อาการไม่ยอมกินและไม่ยอมนอนที่ส่วนมากจะพบในเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึงหนึ่งปีอาจทำให้ผู้ปกครองเกิดความกังวลได้

สำหรับอาการที่ทารกตื่นบ่อยและไม่ยอมนอนในช่วงเวลากลางคืน โดยมากจะมีสองสาเหตุหลักๆคือมีการนอนในเวลากลางวันมากเกินไปหรือสภาวะและสภาพแวดล้อมในการนอนไม่เหมาะสม ซึ่งการนอนไม่เพียงพอในช่วงกลางคืนนั้นจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กได้เพราะการนอนในระยะเวลาที่พอเหมาะในช่วงกลางคืนจะส่งผลกลับ Growth Hormone ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยการพัฒนาการและการเจริญเติบโตในเด็กหากขาดฮอร์โมนชนิดนี้หรือได้รับฮอร์โมนชนิดนี้ไม่เพียงพอร่างกายของเด็กจะเติบโตได้อย่างไม่สมบูรณ์ดังนั้นการให้เด็กได้นอนหลับยาวยาวในช่วงเวลากลางคืนเป็นหนทางหนึ่งที่ให้เด็กเติบโตได้อย่างเต็มที่

 

วิธีช่วยให้ลูกนอนหลับสบายในช่วงกลางคืน

ดูแลการแต่งกายให้เหมาะสมอาจใช้ผ้าห่อตัวเพื่อเพิ่มความอบอุ่นและอบกอดอยู่เป็นระยะ

การเล่นกับลูกในช่วงเวลากลางวัน โดยใช้ท่าทางต่างๆเหมือนเป็นการบริหารสำหรับเด็กไปด้วยเช่นการอุ้มลูกในท่าซุปเปอร์แมนหรือการอุ้มลูกขึ้นลงบันได

ท่าทางลักษณะนี้เหมือนกับการออกกำลังกายในเด็กเมื่อเด็กมีอาการเหนื่อยก็จะทำให้หลับง่ายสบายขึ้น

 

ส่วนอาการที่เด็กหรือลูกๆไม่ยอมกินข้าว

โดยส่วนใหญ่แล้วเด็กในวัยต่ำกว่า 12 เดือนจะไม่ค่อยพบปัญหาเหล่านี้เนื่องจากจะมีพฤติกรรมการกินอยู่ตลอดเวลา

สำหรับอาการที่ลูกไม่ยอมกินอาหารนั้น

คุณพ่อคุณแม่โดยส่วนมากจะประสบปัญหาใครคล้ายกันคือลูกไม่ยอมกินหรือกินหญ้าบางทีอาจจะมีปัญหาอื่นร่วมอยู่ในการกินด้วยเช่นอืมข้าวไม่เคี้ยวเคลียร์ทิ้งหรือเลือกมาก จริงๆแล้วอาการไม่ยอมกินมักจะเกิดกับเด็กในช่วงวัยหนึ่งถึงสามปีซึ่งจะเป็นการมาก จริงๆแล้วอาการไม่ยอมกินมักจะเกิดกับเด็กในช่วงวัยหนึ่งถึงสามปีซึ่งจะเป็นการมาก

ในเด็กเล็กบางคนจะมีประสาทสัมผัสที่ไวต่อกลิ่นหรือรสชาติของอาหารในบางลักษณะเหล่านี้อาจทำให้เด็กเกิดอาการหลีกเลี่ยงงอแงและไม่ยอมรับประทานอาหารนั้นนั้น อีส่วนหนึ่งที่เด็กไม่ยอมรับประทานอาหารหรือเด็กมีอาการเลือกกินเนื่องมาจากเด็กติดในรสชาติของอาหารเช่นรสชาติหวานกินหอมและอร่อยจึงทำให้เมื่อผู้ปกครองป้อนอาหารชนิดใหม่ที่ไม่คุ้นเคยหรือมีกินต่างไปจากที่เคยกิน จึงเกิดอาการปฏิเสธขึ้น

และอีกส่วนหนึ่งคือความเข้าใจผิดของคุณ พ่อคุณแม่เองเนื่องจากสังเกตว่าลูกไม่ค่อยมีอาการอยากอาหารแต่จริงๆแล้วในเด็กวัยหนึ่งถึงสามขวบจากกินอาหารได้เพียงหนึ่งในสี่ของผู้ใหญ่ทั่วไปเท่านั้นดังนั้นเมื่อเด็กรับประทานอาหารเพียงพอแล้วก็จะเกิดการปฏิเสธและไม่สนใจอาหารเหล่านั้นได้

 

วิธีปฏิบัติเมื่อลูกน้อยไม่ยอมกิน

ในแต่ละมื้อควรให้ปริมาณอาหารพอเหมาะไม่ควรให้มากหรือน้อยจนเกินไป

ถ้ารุ่งมีอาการอิ่มหรือคุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าปริมาณอาหารเพียงพอแล้วไม่ควรบังคับลูกให้กินอีกเพราะจะทำให้โลกเกิดอาการปฏิเสธจนเก็บไว้เป็นนิสัยในการร่วมทานอาหารครั้งต่อๆไป

ลักษณะในการรับประทานอาหารและองค์ประกอบโดยทั่วไปควรเอื้อต่อการรับประทานอาหารของลูก เช่นสีสันของอาหารและภาชนะใส่อาหาร

และที่สำคัญที่สุดคือความเอาใจใส่ของคุณพ่อคุณแม่ด้วยให้มันสังเกตเวลาที่ลูกรับประทานอาหารว่าลักษณะไหนหรือเปล่าเพศไหนที่ลูกชอบหรือแบบไหนที่เด็กจะปฎิเสธอยู่เสมอจากนั้นค่อยพัฒนาพฤติกรรมการรับประทานอาหารของเด็กให้เหมาะสมและพยายามให้เด็กได้ รับอาหารครบห้าหมู่ตามที่ร่างกายต้องการ

 

ในทางทฤษฎีแล้วการกินปัญหายากไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในเด็กเนื่องจากร่างกายที่กำลังพัฒนาและเจริญเติบโตนั้นจะต้องใช้พลังงานมากในแต่ละวันร่างกายจะมีกลไกที่กระตุ้นให้ตัวเด็กเองเกิดอาการอยากอาหารและต้องการอาหารเพิ่ม ซึ่งเกี่ยวเนื่องกันกับระดับน้ำตาลในเลือดดังนั้นปัญหาการกินอาหารยากหรือลูกไม่ยอมกินอาหารจึงไม่น่ากังวลเท่ากับการที่ลูกกินมากเกินไปและมีปัญหาโรคอ้วน

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่กลุ้ม: ทารก ไม่ นอน, เด็ก ไม่ค่อย กิน นม, ลูก ร้องไห้ ไม่มี สาเหตุ, ลูก ร้อง กลางคืน

เมื่อลูกเป็นไข้

8. เรื่องกลุ้มเกี่ยวกับ “อาการตัวเหลือง” ในเด็กแรกเกิด

อาการเด็กมีภาวะตัวเหลืองหลังคลอด

ทารกแรกเกิดภายใต้การดูแลของแพทย์จะได้รับการประเมินพัฒนาการอวัยวะและส่วนประกอบของร่างกายทุกด้านจนครบถ้วนโดยเริ่มตั้งแต่การกระตุ้นเสียงร้องจนถึงระบบภายในทั้งหมดรวมถึงภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดด้วย ซึ่งหากคุณพ่อคุณแม่แม่มือใหม่ได้รับการแจ้งว่าพบภาวะตัวเหลืองในลูกน้อยส่วนใหญ่ก็จะเกิดความวิตกกังวลเป็นอย่างมากแต่จริงๆแล้วภาวะตัวเหลืองในทารกไม่ใช่เรื่องใหม่หรือใกล้ตัวเพราะเป็นภาวะที่พบได้ตามปกติแต่ก็ไม่อาจไว้วางใจได้

ภาวะตัวเหลืองเกิดจากสารที่เรียกว่า บิลิรูบิน ในเลือดสูงผิดปกติ

หรือใน ทารกบางรายอาจมีปัญหาในเรื่องของโรคตับโรคในกลุ่มเลือดหรือโรคที่มีความผิดปกติของเอนไซม์ในเม็ดเลือด

 

เด็กแต่ละคนจะมีระดับของความเหลืองหรือสารบิลิรูบินนี้ไม่เหมือนกันบางคนหากมีปริมาณของสารชนิดนี้สูงก็จะมีระดับความตัวเหลืองสูงจนคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตเห็นได้

ภาวะตัวเหลืองในทารกพบได้ 2 แบบ

  1. ภาวะตัวเหลืองปกติ

ซึ่งภาวะตัวเหลืองปกติในเด็กลักษณะนี้เนื่องจากทารกแรกเกิดอยู่ในครรภ์มารดามานานทำให้มีปริมาณของเม็ดเลือดแดงมากและอายุของเซลล์เม็ดเลือดแดงนั้นอายุสั้นกว่าของผู้ใหญ่ลักษณะนี้จะทำให้เม็ดเลือดแดงของทารกเปลี่ยนเป็นสารบิลิรูบินมาก เมื่อคลอดออกมาในช่วงแรกเพราะร่างกายต้องการกำจัดเม็ดเลือดแดงเก่าทิ้งเพราะตับของเด็กแรกเกิดนั้นยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ภาวะตัวเหลืองลักษณะนี้จะสามารถเป็นปกติได้เองโดยใช้ระยะเวลาไม่เกินสองสัปดาห์และไม่มีผลใดใดทั้งสิ้นต่อพัฒนาการของเด็ก

  1. ภาวะตัวเหลืองผิดปกติในเด็กแรกเกิด

ลักษณะนี้จะพบได้น้อยแต่หากพบแล้วก็มีโอกาสเสี่ยงสูงต่อตัวเด็ก อาจเกิดจากสภาวะตับอักเสบหรือมีการติดเชื้อในกระแสเลือดรวมถึงเกิดภาวะผิดปกติของเอ็มไซม์

วิธีปฏิบัติเมื่อเด็กแรกเกิดมีภาวะตัวเหลือง

โดยส่วนใหญ่เด็กทารกได้แต่จะอยู่ในความดูแลของแพทย์ซึ่งเรื่องของภาวะตัวเหลืองนั้นถ้าจะให้คำแนะนำได้เป็นอย่างดีเพราะเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปวิธีรักสาก็จะดูตามสาเหตุเช่นหาก มีปริมาณสารที่ทำให้ทารกตัวเหลืองมากเกินไปแพทย์ก็จะทำการกำจัดสารใดหรือรูบิลเหล่านี้ออกจากร่างกาย

และอาการตัวเหลืองในเด็กนี้การให้น้ำนมจากแม่เป็นสิ่งที่สำคัญมากคุณแม่ควรให้นมลูกให้มากที่สุดและให้เด็กขับถ่ายให้บ่อยเพื่อช่วยขับสารสีเหลืองหรือบิลิรูบินนี้ ออกจากร่างกายให้เร็วและมากที่สุด

 

อาการภาวะตัวเหลืองในทารกสามารถป้องกันได้

โดยขณะตั้งครรภ์คุณแม่ต้องมันไปตรวจสุขภาพเพื่อหาปริมาณความผิดปกติของเลือดหรือความผิดปกติทางพันธุกรรม

ห้าพบว่าเด็กมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการตัวเหลืองควรฝากครรภ์กับคุณหมอและทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจสอบการตั้งครรภ์ให้แน่ชัดอีกครั้งว่าจะไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดใด

และที่สำคัญที่สุดที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นน้ำนมแม่เป็นอาหารและปัจจัยหลักที่ทำให้อาการตัวเหลืองของลูกหายเป็นปกติได้ดังนั้นคุณแม่ควรให้ลูกได้ทานนมตั้งแต่แรกเกิดและประมาณ 10 ถึง 12 ครั้งต่อวันจะทำให้มีการขับถ่ายของเสียผ่านทางลำไส้ออกมาเป็นอุจจาระและขับสารสีเหลืองนี้ออกไปได้อย่างดี

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่กลุ้ม: อาการ เด็ก ตัว เหลือง, เด็ก แรก เกิด ตัว เหลือง

9.เรื่องกลุ้มเกี่ยวกับ “โรค และ อาการผิดปกติ” ในเด็ก

สำหรับอาการโรคอื่นๆที่เกิดในเด็กนั้นมีได้หลากหลายแต่ปัจจุบันจะมีอัตราความเสี่ยงของโรคอยู่กลุ่มหนึ่งซึ่งคุณแม่และคุณพ่อในยุคสมัยนี้ให้ความสนใจเช่น

โรค หัวใจ ใน ทารก แรก เกิด,
โรค ปาก เท้า เปื่อย ใน เด็ก,
มะเร็ง ใน เด็ก,

เรื่องราวเกี่ยวกับโรคเหล่านี้ในเด็กสามารถติดตามอ่านได้ในเว็บไซต์แห่งนี้ทาง Fammall.com จะนำเสนอต่อไป

Share

You Might Also Like

10 Comments

  1. Makomom789 says:

    หามานานแล้วค่ะ เว็บรวมๆแบบนี่ ขอแชร์นะคะ เป็นประโยชน์มากๆ ดิฉันเป็นคนขี้กังวลเรื่องลูกมากๆ เลยต้องอ่านเยอะ

  2. สจ.ณภาพรรณ says:

    ที่บ้านใช้เครื่องวัดไข้แบบ ยิงหน้าผาก ได้ค่าไม่ค่อยตรงเลยสุดท้ายก็ต้องไปซื้อปรอทแบบธรรมมาใช้อยู่ดี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *